Shopping Cart

No products in the cart.

ไม่อยากมีกลิ่นปาก? ต้องเลี่ยง 5 อาหารต้องห้ามเหล่านี้! 

มีกลิ่นปากกวนใจ? บางทีอาจเป็นเพราะอาหารที่คุณทาน! มาดู 5 อาหารที่เป็นสาเหตุหลักของกลิ่นปาก พร้อมวิธีแก้ไขและเคล็ดลับเพื่อลมหายใจหอมสดชื่น มั่นใจยิ่งขึ้น

กลิ่นปาก เป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการเข้าสังคมและการสื่อสาร รู้หรือไม่ว่าอาหารที่เรารับประทานบางชนิดเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นปาก? บทความนี้ Berry Dent จะพาคุณไปรู้จัก 5 อาหารต้องห้ามที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก พร้อมวิธีแก้ไข เพื่อลมหายใจหอมสดชื่นและความมั่นใจตลอดวัน 

ทำไมอาหารบางชนิดถึงทำให้เกิดกลิ่นปาก? 

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า กลิ่นปากส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียในช่องปากที่ย่อยสลายเศษอาหาร ปล่อยสารประกอบกำมะถันระเหย หรือ VSCs (Volatile Sulfur Compounds) ซึ่งมีกลิ่นเหม็น อาหารบางชนิดมีสารประกอบที่เมื่อถูกย่อยแล้วจะปล่อยกลิ่นออกมาทางลมหายใจ ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ ส่วนอาหารบางชนิดก็อาจติดค้างในช่องปากได้ง่าย เป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ยิ่งทำให้ปัญหาเรื่องกลิ่นปากแย่ลงไปอีก 

5 อาหารต้องห้าม ตัวการสำคัญของกลิ่นปาก 

1. กระเทียม  

กระเทียมเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องกลิ่นฉุนที่รุนแรง ซึ่งเกิดจากสารประกอบกำมะถันที่เรียกว่าอัลลิซิน (allicin) สารนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่ก็เป็นสาเหตุหลักของกลิ่นปากและกลิ่นตัวที่กำจัดได้ยาก เนื่องจากอัลลิซินถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกขับออกทางปอดและเหงื่อ กลิ่นของกระเทียมจึงสามารถคงอยู่ได้นานหลายชั่วโมง แม้ว่าจะแปรงฟันแล้วก็ตาม 

2. หัวหอม  

 เช่นเดียวกับกระเทียม หัวหอมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหัวหอมแดง หัวหอมใหญ่ หรือหอมต้น ล้วนมีสารประกอบกำมะถันที่ทำให้เกิดกลิ่น สารประกอบเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาเมื่อหั่น เคี้ยว หรือย่อย และสามารถทำให้เกิดกลิ่นปากที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานแบบดิบๆ กลิ่นของหัวหอมจะติดอยู่ที่ลมหายใจได้นาน 

3. เนื้อสัตว์   

เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแดง มีโปรตีนสูง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปาก เมื่อแบคทีเรียย่อยสลายโปรตีน จะเกิดก๊าซที่มีกลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ  Hydrogen Sulfide ทำให้เกิดกลิ่นปาก ยิ่งรับประทานเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก หรือไม่ดูแลความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธีหลังรับประทาน กลิ่นปากก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น 

4. ผลิตภัณฑ์จากนม  

ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นม ชีส และโยเกิร์ต แม้จะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แต่ก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เนื่องจากมีกรดอะมิโนที่แบคทีเรียในช่องปากสามารถย่อยสลายและผลิตก๊าซไข่เน่า (hydrogen sulfide) และก๊าซที่มีกลิ่นเหม็นอื่นๆ ยิ่งในผู้ที่มีปัญหาในการย่อยแลคโตส กลิ่นปากอาจยิ่งรุนแรงขึ้น เนื่องจากแบคทีเรียจะย่อยสลายแลคโตสที่ไม่ถูกย่อย และผลิตก๊าซที่ทำให้เกิดกลิ่น 

5. อาหารที่มีน้ำตาลสูง  

น้ำตาลเป็นอาหารโปรดของแบคทีเรียในช่องปาก การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ลูกอม ขนมหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มรสหวานต่าง ๆ จะทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และผลิตกรดที่ทำลายเคลือบฟัน นอกจากนี้ แบคทีเรียยังผลิตก๊าซที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก ยิ่งรับประทานน้ำตาลมากเท่าไหร่ แบคทีเรียก็ยิ่งมีอาหารมากขึ้น ทำให้เกิดกลิ่นปากและเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ เช่น ฟันผุ และโรคเหงือก 

วิธีขจัดกลิ่นปากจากอาหาร 

การรับประทานอาหารบางชนิดอาจทำให้เกิดกลิ่นปากได้ แต่คุณสามารถจัดการปัญหานี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้ 

  • ดื่มน้ำมากๆ  น้ำช่วยชะล้างเศษอาหารและแบคทีเรียในช่องปาก 
  • แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ  การทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี ช่วยกำจัดเศษอาหารและคราบพลัค ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย 
  • เคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล หมากฝรั่งช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งช่วยชะล้างเศษอาหารและแบคทีเรีย 
  • รับประทานอาหารที่ช่วยลดกลิ่นปาก  เช่น ผักใบเขียว แอปเปิ้ล และชาเขียว 

นอกจากนี้  การใช้ยาสีฟันที่มีประสิทธิภาพ ก็ช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นขึ้นได้  Berry Dent คือยาสีฟันสมุนไพรไฮบริด ที่ผสานพลังเบอร์รี่และสมุนไพรไทย เพื่อลมหายใจหอมสดชื่นและสุขภาพช่องปากที่แข็งแรง  

ด้วยสารสกัดจากราสป์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และแบล็คเบอร์รี่ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและแทนนิน จึงช่วยลดคราบพลัคและบำรุงเหงือก , แครนเบอร์รี่ช่วยป้องกันแบคทีเรียและลดความเสี่ยงฟันผุ ส่วนอาซาอิเบอร์รี่เสริมความแข็งแรงให้เคลือบฟัน ผสานคุณค่าสมุนไพรไทย เช่น เปลือกมังคุด ข่อย ใบฝรั่ง ชะเอม กานพลู และเปปเปอร์มินต์ ที่ช่วยลดการอักเสบ ระงับกลิ่นปาก และต่อสู้กับแบคทีเรีย พร้อมฟลูออไรด์