การจัดฟัน ถือเป็นตัวช่วยที่ทำให้ฟันเรียงสวย และช่วยแก้ปัญหาช่องปากได้ในระยะยาว แต่ช่วงที่ใส่เหล็กจัดฟัน มักมีปัญหาตามมาไม่น้อย เช่น การทำความสะอาดฟันยากขึ้น เศษอาหารติดซอกเหล็ก หรือเกิดฟันผุ เพราะฉะนั้นคนจัดฟันต้องใส่ใจดูแลฟันเป็นพิเศษ Berry Dent รวมปัญหายอดฮิตของคนจัดฟัน พร้อมวิธีป้องกันแบบง่าย ๆ แต่ได้ผลจริงมาฝากกัน!
ปัญหาช่องปากที่พบบ่อยในคนจัดฟัน
1. คราบพลัคและหินปูนสะสม
เครื่องมือจัดฟัน เช่น ลวดเหล็กและยางรัดฟัน มีพื้นผิวที่ซับซ้อน ทำให้เศษอาหารและคราบพลัคสะสมได้ง่ายกว่าปกติ หากปล่อยไว้นานโดยไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ คราบพลัคจะแข็งตัวกลายเป็นหินปูน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคเหงือกและฟันผุ นอกจากนี้ การสะสมของหินปูนยังทำให้การจัดฟันต้องเสียเวลาเพิ่มเติม เนื่องจากทันตแพทย์ต้องทำความสะอาดอย่างละเอียดก่อนทำการปรับเครื่องมือ
2. ฟันผุบริเวณรอบเครื่องมือจัดฟัน
คนจัดฟันมักมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุมากกว่าคนทั่วไป เพราะเศษอาหารที่ติดอยู่ระหว่างลวดเหล็กและฟันจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งผลิตกรดที่ทำลายเคลือบฟัน แม้ว่าฟันผุในระยะแรกอาจไม่มีอาการปวด แต่หากละเลยอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรง เช่น โพรงฟันทะลุหรือฟันแตกหักได้
3. เหงือกอักเสบและโรคเหงือก
การสะสมของคราบพลัคและการดูแลช่องปากที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้เหงือกเกิดการอักเสบ ซึ่งแสดงออกในรูปแบบของเหงือกบวมแดง หรือมีเลือดออกขณะแปรงฟัน หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที อาจพัฒนาเป็นโรคเหงือกเรื้อรัง และส่งผลกระทบต่อการจัดฟันในระยะยาว
4. กลิ่นปาก
หนึ่งในปัญหาที่หลายคนมองข้ามคือกลิ่นปาก ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของเศษอาหารในช่องปาก รวมถึงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ผลิตสารกำมะถัน ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ ปัญหานี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อสุขภาพช่องปาก แต่ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในชีวิตประจำวัน
วิธีป้องกันปัญหาช่องปากสำหรับคนจัดฟัน
1. การแปรงฟันอย่างถูกวิธี
การแปรงฟันเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับคนจัดฟัน ควรเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงเรียวเล็กและปลายมน เพื่อเข้าถึงช่องว่างระหว่างลวดเหล็กและฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ จะช่วยเสริมสร้างเคลือบฟันและลดโอกาสเกิดฟันผุ ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร และใช้ไหมขัดฟันชนิดพิเศษสำหรับคนจัดฟันเพื่อทำความสะอาดในจุดที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
2. การใช้น้ำยาบ้วนปาก
น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารต้านจุลชีพ (Antimicrobial Mouthwash) เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ที่สามารถลดการสะสมของแบคทีเรียและคราบพลัคในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้น้ำยาบ้วนปากหลังแปรงฟัน จะช่วยเสริมการดูแลช่องปากให้สะอาดหมดจดยิ่งขึ้น
3. การควบคุมอาหารและพฤติกรรมการกิน
คนจัดฟันควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เหนียวหรือแข็ง เช่น หมากฝรั่ง ขนมกรุบกรอบ หรือลูกอม เพราะอาจทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดหรือเสียหาย นอกจากนี้ ควรลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
4. การตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
การพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 3-6 เดือน จะช่วยให้คุณทราบถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะเริ่มต้น และรับคำแนะนำในการดูแลช่องปากอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ทันตแพทย์ยังสามารถทำความสะอาดช่องปากอย่างล้ำลึก เพื่อป้องกันการสะสมของหินปูนและคราบพลัค
การจัดฟันช่วยแก้ไขปัญหาช่องปากในระยะยาวก็จริง แต่ระหว่างที่ใส่เหล็ก ต้องเพิ่มความใส่ใจเรื่องการดูแลฟันและช่องปากมากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาอย่าง กลิ่นปาก ฟันผุ หรือเหงือกอักเสบ คนจัดฟันที่กำลังมีปัญหาเหล่านี้ ลองนำเคล็ดลับจาก Berry Dent ไปใช้กัน รับรองว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการจัดฟันจะดีขึ้นอย่างแน่นอน