Shopping Cart

No products in the cart.

เสียวฟัน ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมวิธีบรรเทาอาการ 

อาการเสียวฟัน! หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์ในระยะยาวได้ แต่สามารถบรรเทาและดูแลช่องปากเพื่อป้องกันอาการเสียวฟันได้

อาการเสียวฟัน เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบได้บ่อย โดยเกิดขึ้นเมื่อเคลือบฟันถูกทำลายหรือเหงือกร่น ทำให้เนื้อฟันหรือเดนทิน (Dentin) ซึ่งมีเส้นประสาทอยู่ภายในสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น เช่น อาหารร้อน เย็น หวาน หรือเปรี้ยว ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเจ็บหรือเสียวซ่านชั่วขณะ แม้อาการเสียวฟันอาจดูไม่ร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์ในระยะยาวได้ 

สาเหตุหลักของอาการเสียวฟัน 

  • เคลือบฟันสึกกร่อน – เกิดจากการแปรงฟันแรงเกินไป การรับประทานอาหารที่มีความเป็นกรดสูง หรือพฤติกรรมกัดฟันบ่อย ๆ 
  • เหงือกร่น – เมื่อเหงือกร่นลงจะทำให้รากฟันที่ไม่มีเคลือบฟันปกป้องถูกเปิดเผย ทำให้เกิดอาการเสียวฟันง่ายขึ้น 
  • ฟันผุ – หากมีฟันผุหรือโพรงขนาดเล็กบนผิวฟัน สามารถทำให้ฟันไวต่อสิ่งกระตุ้นและทำให้เกิดอาการเสียวฟัน 
  • ฟันแตกหรือร้าว – รอยร้าวหรือรอยแตกบนฟันสามารถทำให้เส้นประสาทฟันถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น 
  • ภาวะฟันสึกจากกรด – การบริโภคอาหารที่มีกรดสูง เช่น น้ำอัดลม ผลไม้รสเปรี้ยว หรือการอาเจียนบ่อย ๆ อาจทำให้เคลือบฟันบางลงจนเกิดอาการเสียวฟัน 
  • ผลข้างเคียงจากการทำฟอกสีฟัน – การฟอกสีฟันบางประเภทอาจทำให้ฟันไวต่อสิ่งกระตุ้นชั่วคราว 

วิธีแก้เสียวฟันและบรรเทาอาการ 

1. ใช้ยาสีฟันสำหรับฟันที่ไวต่ออาการเสียว 

ยาสีฟันที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟันโดยเฉพาะ จะมีส่วนผสมที่ช่วยเคลือบและปกป้องเนื้อฟันชั้นใน เพื่อลดความไวของเส้นประสาทฟัน ควรใช้เป็นประจำต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี 

2. ปรับเปลี่ยนวิธีการแปรงฟัน 

หลีกเลี่ยงการแปรงฟันแรงเกินไป เพราะอาจทำให้เคลือบฟันสึกและเหงือกร่น ควรเลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและใช้เทคนิคการแปรงฟันที่ถูกต้อง เช่น การแปรงแบบหมุนเป็นวงเบา ๆ เพื่อป้องกันการทำลายชั้นเคลือบฟัน 

3. หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดสูง 

การลดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีกรดสูง เช่น น้ำอัดลม กาแฟ หรือผลไม้รสเปรี้ยว จะช่วยลดการสึกกร่อนของเคลือบฟัน นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำเปล่าหลังรับประทานอาหารที่มีกรดเพื่อช่วยล้างกรดออกจากผิวฟัน 

4. ใช้น้ำยาบ้วนปากที่เหมาะสม 

ควรเลือกใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และมีฟลูออไรด์ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเคลือบฟัน ลดความไวของเส้นประสาทฟัน และป้องกันการเกิดฟันผุ 

5. ปรึกษาทันตแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น 

หากอาการเสียวฟันยังคงอยู่เป็นเวลานาน หรือมีอาการรุนแรง ควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม เช่น การเคลือบฟลูออไรด์ การอุดฟัน หรือการทำศัลยกรรมเหงือกในกรณีที่เหงือกร่นมาก 

การดูแลช่องปากเพื่อป้องกันอาการเสียวฟัน 

การป้องกันอาการเสียวฟัน สามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกต้อง ควรแปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และเข้ารับการตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อน เช่น การกัดเล็บ การใช้ฟันเปิดขวด หรือการรับประทานอาหารที่มีกรดสูงอย่างต่อเนื่อง 

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่เหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดอาการเสียวฟัน Berry Dent ยาสีฟันสมุนไพร Hybrid ที่มีฟลูออไรด์ 1500 ppm ได้รับการพัฒนาให้ช่วยปกป้องและบำรุงสุขภาพช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากข่อยและใบฝรั่ง ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเหงือกและลดการสะสมของแบคทีเรีย แครนเบอร์รี่และแบล็คเบอร์รี่ ที่ช่วยป้องกันการเกิดคราบพลัคและลดการอักเสบของเหงือก น้ำมันหอมระเหยกานพลูและเปปเปอร์มินต์ ที่ช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นและบรรเทาอาการเสียวฟันได้อย่างอ่อนโยน การใช้ Berry Dent อย่างต่อเนื่องสามารถช่วยให้คุณมีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงและลดอาการเสียวฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ