โรคปริทันต์ (Periodontal Disease) คือโรคที่เกี่ยวข้องกับเหงือกและเนื้อเยื่อรองรับฟัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เหงือกเกิดการอักเสบ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง เช่น การสูญเสียฟัน และปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม
สาเหตุของโรคปริทันต์
สาเหตุหลักของโรคปริทันต์คือการสะสมของคราบจุลินทรีย์ (Plaque) บนผิวฟัน ซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มของแบคทีเรียที่สามารถก่อตัวขึ้นได้ง่ายๆ หากไม่ทำความสะอาดให้ดี คราบจุลินทรีย์นี้อาจจะกลายเป็นหินปูน (Calculus) ซึ่งจะยากต่อการทำความสะอาดเอง และเมื่อหินปูนสะสมอยู่ในช่องปาก จะทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกได้
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคปริทันต์ เช่น
- การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันไม่เพียงพอ ทำให้คราบจุลินทรีย์สะสม
- การสูบบุหรี่ที่ลดการไหลเวียนโลหิตในเหงือก ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
- โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ที่อาจทำให้สุขภาพเหงือกเสื่อมลง
- การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรียในช่องปาก
- ภาวะเครียดที่อาจทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง
อาการของโรคปริทันต์
โรคปริทันต์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะหลัก ๆ
1. ระยะเหงือกอักเสบ (Gingivitis) เป็นระยะแรกของโรคที่เกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ เหงือกจะแดง บวม และมีเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน หากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาการอักเสบนี้สามารถหายไปได้
2. ระยะปริทันต์อักเสบ (Periodontitis) หากไม่ได้รับการรักษาในระยะเหงือกอักเสบ อาการจะลุกลามลึกลงไปถึงเนื้อเยื่อและกระดูกที่รองรับฟัน ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันและเหงือก ฟันเริ่มโยกหรือหลุดไปในที่สุด
วิธีดูแลช่องปากเพื่อป้องกันโรคปริทันต์
การดูแลช่องปากที่ดีเป็นการป้องกันโรคปริทันต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
- แปรงฟันอย่างถูกต้องวันละ 2 ครั้ง ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพื่อช่วยป้องกันการสะสมของคราบจุลินทรีย์
- ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในบริเวณที่แปรงสีฟันไม่สามารถเข้าถึงได้
- ใช้น้ำยาบ้วนปาก น้ำยาบ้วนปากที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรียจะช่วยลดการติดเชื้อในช่องปาก
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารที่มีน้ำตาลสูงจะเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคปริทันต์
- พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคปริทันต์
การเลือกยาสีฟันที่ช่วยดูแลเหงือกและฟันให้แข็งแรง
การเลือกใช้ยาสีฟันที่เหมาะสมถือเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันโรคปริทันต์ เนื่องจากยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟันได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก
Berry Dent คือ ยาสีฟันสมุนไพร Hybrid ซึ่งไม่เพียงมีฟลูออไรด์ 15000 ppm เท่านั้น แต่ยังผสานคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติด้วย เช่น สารสกัดเปลือกมังคุด ที่มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียและช่วยลดการอักเสบของเหงือก, สารสกัดใบฝรั่ง ช่วยลดคราบพลัคในช่องปาก และ น้ำมันกานพลู ที่มีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการระคายเคืองและช่วยทำให้เหงือกแข็งแรง
การใช้ยาสีฟันที่มีสารสกัดจากสมุนไพรเหล่านี้ร่วมกับการดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคปริทันต์และเสริมสร้างสุขภาพฟันที่แข็งแรงในระยะยาว